วันศุกร์ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2561

ภาพหนึ่งภาพ แทนคำหนึ่งพันคำ แต่จบกัน หาก”ภาพแตก”


“ภาพหนึ่งภาพแทนคำได้ 1 พันคำ” เชื่อว่าหลายๆคนคงคุ้นกับประโยคนี้ใช่ไหมครับ เพราะว่าภาพสามารถแสดงอารมณ์ความรู้สึก รวมทั้งมิติต่างๆได้ชัดเจนกว่าตัวอักษรนั่นเอง

แต่หากภาพนั้น เป็นภาพที่ไม่มีคุณภาพมากพอ อย่างเช่น เป็นภาพที่แตก งานนำเสนอของเราอาจดูไม่ดีนัก ดังนั้นการใช้ภาพที่ไม่แตก หรือภาพคุณภาพสูงจึงเป็นเรื่องสำคัญมากกกกกก :)

แล้วเราจะเลือกภาพที่มีคุณภาพดีๆได้อย่างไร มาติดตามกันเลยครับ


นี่คือตัวอย่างการนำภาพต้นฉบับที่มีคุณภาพต่ำมาขยายเป็นภาพใหญ่ จะพบว่าเมื่อเราส่องดูใกล้ๆแล้ว จะพบว่าภาพแตก มีความเบลอ ไม่ชัดเจน

เพื่องานนำเสนอของเราดูดี ดังนั้นเราจำเป็นต้องใช้ภาพที่มีคุณภาพ เราสามารถใช้ Google กรองภาพที่มีคุณภาพให้เราได้ครับ


เราสามารถให้ Google กรองภาพ ให้แสดงเฉพาะภาพขนาดใหญ่ (ทำให้เวลาย่อหรือขยายภาพ ภาพจะไม่แตก) ขณะที่เราค้นหารูปที่ต้องการได้ดังนี้

1. ค้นหาภาพที่ต้องการก่อน
2. คลิกที่ปุ่ม “เครื่องมือ” ทางด้านขวา
3. ในส่วนของขนาด ให้เลือกขนาด “ใหญ่”

เพียงเท่านี้ ระบบ Google จะกรองงภาพให้เหลือเฉพาะขนาดใหญ่มาให้ครับ




สำคัญมากๆ ก่อนคัดลอกรูป ต้องรอรูปโหลดให้เสร็จก่อน (สังเกตจากแถบสีเทาด้านล่าง จะหายไปเมื่อโหลดเสร็จแล้ว)

ความเร็วในการโหลดขึ้นอยู่กับขนาดความใหญ่ของภาพ ยิ่งภาพใหญ่ก็ยิ่งใช้เวลาในการโหลดที่มากขึ้นครับ

เมื่อโหลดเสร็จแล้วถึงคัดลอกรูปได้ครับผม จะได้ภาพคุณภาพขนาดเต็ม ไม่เช่นนั้นจะได้ภาพที่คุณภาพไม่ได้ดีเต็มที่ครับ


วันพฤหัสบดีที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2561

หัวใจหลัก 3 ประการ ในการใช้แบบอักษรในงานเรา


สวัสดีครับ วันนี้ผมอยากนำเสนอเรื่องที่เป็นองค์ประกอบสำคัญมากๆของการทำสื่อนำเสนออย่างหนึ่งนั่นคือ แบบอักษร (Font/Typeface) นั่นเอง ซึ่งผมขอแนะนำ 3 หัวใจหลักที่ต้องคำนึงถึงในการเลือกแบบอักษร เพื่อให้งานของเราดูมืออาชีพโดยไม่ยาก มีอะไรบ้าง ติดตามดูได้เลยครับ :)


1. แบบอักษรมีความรู้สึก

เรื่องนี้เป็นหัวใจหลักในการเลือกแบบอักษรอย่างหนึ่ง เพราะเราต้องดูว่าเราจะนำเสนออะไร หากนำเสนองานที่เป็นทางการ แต่ใช้แบบอักษรที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ ก็คงจะให้ความรู้สึกดูเล่นเกินไปไม่เหมาะกับงานทางการ   หากเรานำเสนอผลงานที่เกี่ยวของกับความเป็นไทย การใช้แบบอักษรที่ดูมีความเป็นไทยขึ้น จะช่วยให้งานเรามีเอกลักษณ์ได้ หรือหากเรานำเสนอแบบไม่ทางการหรือเครียดเกินไป การใช้แบบอักษรที่ดูไม่ซีเรียสก็จะทำให้งานเราดูซอฟต์ สบายขึ้นได้


2. กรณีข้อความเยอะๆ แบบอักษรที่มีหัว อ่านง่ายแบบกว่าไม่มีหัว

โดยทั่วไปแล้ว อักษรที่มีหัว เป็นระเบียบ จะอ่านง่ายกว่า อักษรที่ไม่มีหัว เขียนเอียง มีลูกเล่นต่างๆ   ดังนั้นในส่วนข้อความยาวๆ หรือเนื้อหาของเรา ควรพิจารณาใช้แบบอักษรที่ มีหัวอ่านง่ายมากกว่า

ตัวอย่างในภาพ ทางด้านซ้ายเป็นอักษรที่มีหัว  ด้านขวาเป็นอักษรที่ไม่มีหัว  หากเขียนข้อความยาวๆ เยอะๆ ด้านไหนอ่านง่ายกว่าเอ่ย? :)



หากพิจารณาทั้ง 2 ด้าน จะพบว่า ยิ่งตัวอักษรมีลูกเล่นมากเท่าไหร่ จะอ่านยากขึ้นมากเท่านั้นเมื่อใช้กับข้อความยาวๆ  ทางด้านบนมีลูกเล่นมากกว่าทางด้านล่าง

ทั้งนี้ทั้งนั้น ในปัจจุบันมีแบบอักษรมากมาย บางแบบอักษรไม่มีหัวแต่อยู่กับข้อความเยอะๆก็ยังพออ่านได้อยู่ ดังนั้นขอให้ใช้หลักการนี้ภายใต้ความเหมาะสมของหน้างานเราอีกทีหนึ่งครับ


3. ใช้แบบอักษร 2 แบบก็พอ

เพราะความเรียบง่ายส่งให้งานของเราทรงพลัง  หากเราใส่แบบอักษรเยอะๆในงานเราจนเกินไป งานของเราจะดู “เยอะ” และคนจะโฟกัสที่ตัวแบบอักษรที่เราใช้ มากกว่า เนื้อหาที่เราต้องการจะสื่อสารออกไป

แบบอักษร 2 แบบที่ว่าคือ
- ส่วนหัวข้อ (Title/Head) ส่วนนี้เป็นส่วนที่บอกกับผู้ฟังว่า สไลด์/หัวข้อที่เราจะพูดต่อไปคืออะไร สามารถใช้แบบอักษรที่ไม่มีหัว มีน้ำหนัก มีพลัง
- ส่วนเนื้อหา (Body) ส่วนนี้เป็นรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อข้างต้น ควรใช้แบบอักษรที่ไม่มีลูกเล่นมากจนเกินไป อ่านได้ง่าย ไม่มึนเมื่ออ่านไปนานๆ

ในกรณีที่เราอยากเน้นข้อความเฉพาะจุดภายในย่อหน้าหนึ่ง ให้ใช้วิธีเปลี่ยนสีอักษรให้แตกต่างจากเดิม เช่นเน้นสีแดง หรือขีดเส้นใต้แทน อย่าเปลี่ยนแบบอักษรระหว่างข้อความในย่อหน้า

วันพุธที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2561

การนำเสนอที่ดีจะต้องรู้จักผู้ฟัง เหมือนผู้ขายสินค้าต้องรู้จักลูกค้าก่อน


การนำเสนอที่ดีจะต้อง รู้จักผู้ฟัง เหมือนผู้ขายสินค้าต้องรู้จักลูกค้าก่อน และการรู้จักผู้ฟังส่งผลต่อการออกแบบ PowerPoint ของเราด้วย

วันนี้ขอนำเสนอ การรู้จักผู้ฟังเบื้องต้น 3 ประการ ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงทุกครั้งเมื่อเราจะนำเสนออะไรก็ตามครับ

ติดตามชม พร้อมดูรายละเอียดได้ข้างในเลยครับ :)

--------------------

การนำเสนอที่ดีต้องรู้จักผู้ฟัง เหมือนผู้ขายสินค้าต้องรู้จักลูกค้าก่อน

การนำเสนอที่สนใจผู้ฟังจะเกิดประโยชน์ต่อผู้ฟังสูงสุด คล้ายๆกับเวลาเราขายของอะไร เราต้องค้นหาความต้องการของลูกค้าก่อน

ถ้าเราแคร์ผู้ฟัง ผู้ฟังจะแคร์เรา


1. อายุและประสบการณ์

แน่นอนว่าการนำเสนอให้ผู้ใหญ่และเด็กเล็กๆ ย่อมมีรูปแบบและวิธีที่แตกต่างกัน เราต้องดูอายุของผู้ฟังส่วนใหญ่ของผู้เข้าร่วมทั้งหมด และพิจารณาประสบการณ์ ความรู้พื้นฐานที่คนฟังมีและยังไม่มี บางเรื่องที่เราจะนำเสนอ อาจะต้องมีความรู้พื้นฐานมาก่อน ขั้นตอนนี้จะช่วยเตรียมการนำเสนอได้อย่างดี


2. ความคาดหวัง(ของผู้ฟัง)

ผู้ที่มาฟัง เขาอยากได้อะไร หรือคาดหวังอะไรจากเรา?

ในหลายๆครั้ง การนำเสนอ เราไม่สามารถพูดครอบคลุมทุกเรื่องที่เราอยากจะพูดได้ อาจเพราะด้วยเวลา เงื่อนและความเหมาะสมต่างๆ

ให้เราคาดเดาความคาดหวังของผู้ฟังว่าเขาต้องการอะไร และประสงค์สิ่งนั้นให้ได้อย่างดีที่สุดเท่าที่ทำได้

ผู้ฟังต้องการสรุปยอดขาย หรือ ผู้ฟังต้องการรายละเอียดขั้นตอนปฏิบัติงาน หรือผู้ฟังถูกบังคับมาให้ฟัง มีผลต่อการออกแบบการนำเสนอทั้งสิ้น


3. เป้าหมาย(ของผู้พูด)

เราต้องการให้ผู้ฟังไปถึงจุดๆไหน (Goal) และอยากให้ผู้ฟัง Take Action อะไรหลังจากนั้น ตรงนี้ต้องชัดเจน เพื่อให้การนำเสนอเกิดประสิทธิภาพมากที่สุด  ตรงประเด็น และไม่เวิ่นเว้อ เกิดยืดยาวของการพูดที่เกิดขึ้น



ข้อมูลทั้งหมด มีผลต่อการออกแบบ PowerPoint ของเรา

อายุ เพศ ประสบการณ์ เบื้องหลัง ความเชื่อ อาชีพ ความคาดหวัง ทำให้เราออกแบบเรื่องราวที่จะถ่ายทอดได้

และมีผลการออกแบบตัวช่วยการนำเสนออย่าง PowerPoint เช่นเรื่องของ สี แบบอักษร ภาพ คลิปวิดีโอที่จะใช้ ควรจะทางการหรือมีลูกเล่นได้นิดหน่อย เป็นต้น



วันจันทร์ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2561

เชื่อหรือไม่? PowerPoint ที่ออกแบบไม่ดี เป็นสาเหตุที่ทำให้มีคนเสียชีวิต

เชื่อหรือไม่?
PowerPoint ที่ออกแบบไม่ดี เป็นสาเหตุที่ทำให้มีคนเสียชีวิต

เรื่องราวจริงของการสื่อสารบน PowerPoint ที่ไม่สามารถทำให้ผู้อ่านเข้าใจได้ จึงทำให้เกิดเหตุการณ์อันน่าเศร้านี้ขึ้น

ดังนั้น การออกแบบ Slide ที่ดีจึงมีความสำคัญมากๆครับ :)

----------------------------------------------------------------------
ขอขอบคุณแหล่งอ้างอิงข้อมูล
- หนังสือ High Impact Presentation นำเสนออย่างมีพลังแบบมืออาชีพ โดย เกรียงศักดิ์ นิรัติพัฒนะศัย และ ชัยรัตน์ วงศ์จินดานนท์
- https://en.wikipedia.org/wiki/STS-107
- https://www.nasa.gov/…/2203main_COL_debris_boeing_030123.pdf









วันศุกร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2557

9 เคล็ดทำพาวเวอร์พ้อยท์ให้โดนใจ (จากคุณ goodtanin เว็บไซต์ pantip.com)

สวัสดีครับ :D

เร็วๆนี้ผมเจอกระทู้หนึ่งเกี่ยวกับ การออกแบบPowerPointให้น่าสนใจ บน Pantip ผมเลยเอามาให้ทุกๆได้ดูกันครับ คลิกที่ลิงค์นี้ได้เลยครับ >> 9 เคล็ดทำพาวเวอร์พ้อยท์ให้โดนใจ (จากคุณ goodtanin เว็บ pantip.com)

http://pantip.com/topic/32383161


ทั้ง 9 ข้อ สรุปได้ดังนี้
1. ทำไม่ซ้ำใคร
2. ใส่สีสัน
3. ใช้ Font ดี ๆ ** เพิ่มเติม: ระวังเรื่องFontที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายด้วย ดูรายละเอียดที่กระทู้นี้ครับ
4. Text เยอะคือศัตรู
5. ภาพให้ความหมายกว่าตัวหนังสือพันคำ
6. Headline ใหญ่ไว้ก่อน
7. ลองใส่ Infographic
8. ค้นหาแรงบันดาลใจ
9. ลงมือทำ

อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดนี้เป็นเพียง Guideline เท่านั้น ไม่จำเป็นต้องทำตามเป้ะๆตามนี้ก็ได้ (เช่น แบบว่าถ้า Presentให้ผู้สูงวัยฟัง ทำแบบอลังการงานสร้างอาจไม่workก็ได้ ฮ่าๆ) สามารถปรับได้ตามสมควรครับ :)

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณคุณ goodtanin เป็นอย่างสูงด้วยครับ

วันพุธที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

การทำ Text Highlight บน PowerPoint


สวัสดีครับ :D

เครื่องมือหนึ่งในโปรแกรม Microsoft Word ที่ผมเชื่อว่าหลายๆคนชอบใช้คือ "Text Highlight Color" เป็นเครื่องมือที่ทำหน้าที่เหมือนเป็นปากกาไฮไลท์สีๆที่เราใช้ขีดเน้นข้อความบนกระดาษนั่นเองครับ



ทีนี้หากถามว่า ในโปรแกรม PowerPoint เราจะทำ Highlight แบบเหมือนที่เราทำใน Microsoft Wordได้ไหม?

......คำตอบคือ ไม่ได้

โปรแกรม PowerPoint ไม่มีเครื่องมือตัวนี้ให้ใช้เหมือน Word ครับ คือว่าเราต้องเข้าใจก่อนว่าโปรแกรม PowerPoint มีจุดประสงค์ที่ต่างจาก Word ออกไป (อารมณ์ว่าปากกา Highlight ใช้กับเอกสารWord ไม่ได้ใช้กับการนำเสนอPowerPoint)  ด้วยเหตุนี้เค้าเลย(น่าจะ)ตัดฟังก์ชั่นนี้ออกไป

แต่ถ้าเกิดเราอยากจะใช้มัน ก็พอมีวิธีอยู่บ้างครับ ลองมาดูตัวอย่างด้านล่างได้เลยครับ :)

1. คัดลอกข้อความที่ทำ Highlight ไว้ก่อนหน้าใน Word มาวางใน PowerPoint

ให้เราทำHighlightข้อความที่ต้องการในโปรแกรม Word ก่อนล่วงหน้า เสร็จแล้วคัดลอกลงลง PowerPointครับ



ในโปรแกรม PowerPoint หากเราต้องการจะคัดลอกรูปแบบของข้อความ (แบบอักษร สี การHighlight) เราสามารถใช้เครื่องมือที่ชื่อ Format Painter ก็ได้ครับ (จะได้คัดลอกรูปแบบ Highlight ที่โปรแกรม Word เพียงครั้งเดียว ครั้งต่อไปที่อยาก Highlight ข้อความอื่นๆ ให้มาใช้เครื่องมือนี้ในโปรแกรม PowerPoint)



2. สร้างกล่องข้อความ แล้วกำหนดพื้นหลังสีที่ต้องการ

เป็นวิธีง่ายๆแต่ได้ผลดีเยี่ยม แต่มีข้อจำกัดเล็กน้อยคือ เวลาทำพื้นหลังจะต้องทำให้กับข้อความทั้งหมดในกล่องข้อความ จะเลือกเฉพาะข้อความใดข้อความหนึ่งไม่ได้



3. สร้างกล่องข้อความ ปรับสีให้โปร่งใสเล็กน้อย แล้วเอาไว้หลังข้อความที่เราต้องการเน้น

ให้เราสร้างสี่เหลี่ยมขึ้นมา 1 อัน แล้วปรับสีที่เราต้องการ เช่น สีเหลือง แล้วปรับค่าความโปร่งใส (Transparentcy) ประมาณ 50% แล้วเอาไว้ด้านหลังข้อความนั้นครับ (คลิกขวาที่สี่เหลี่ยม เลือก Send to Back)



หวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อคนที่ต้องการจะเน้นข้อความใน PowerPoint นะครับ ไว้เจอกันบทความหน้าครับ :)

วันเสาร์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

การทำเส้น zig zag / ซิกแซก บน PowerPoint

สวัสดีครับ :D

เรื่องมีอยู่ว่า วันหนึ่ง เมื่อผมทำ Slide บน PowerPoint  แล้วอยากสร้างเส้น "ซิกแซก" ขึ้นมา แต่ว่ามันไม่มีเส้นซิกแซกสำเร็จรูปให้เราใช้งานนี่สิ - -

ก็เลยลองไปค้นหาบนอินเทอร์เน็ต จริงๆก็มีวิธีหลายวิธี แต่วันนี้อยากนำมาแบ่งปัน 2 วิธีการครับ


1. ลากเส้นต่อๆกัน แล้ว group รวม

1. กด Shift+F9 เพื่อเรียกเส้น Gridlines (หรือไปที่ Tab View ใน กลุ่มShow ทำเครื่องหมายถูกที่ Gridlines)
เพื่อแสดงเส้นแนว จะได้กะสเกลอะไรถูก
2. สร้างเส้นขึ้นมา1เส้น แล้วปรับขนาดเส้น สีเส้น รูปแบบเส้นอื่นๆตามต้องการ แล้ววางเป็นแนวเฉียง 45 องศา (สังเกตว่าจะเป็นเส้นทะแยงมุมของสี่เหลี่ยมที่เป็น Gridlines)
- และถ้าอยาก zoom เพื่อความแม่นยำ เราสามารถ zoom ได้โดยใช้ zoom in/out ที่อยุ่ล่างขวาของโปรแกรมเลยครับ




3. คัดลอกมา 1 เส้น คลิกที่เส้นนั้น แล้วไปแท็บ Format เลือก Rotate > Rotate Right 90 เราจะได้เส้นที่กลับข้างกัน



4. คัดลอกเส้นและนำมาต่อกันเรื่อยๆ จนได้ความยาวที่ต้องการ



- เราสามารถ Group เส้นที่ทำไว้แล้วเพื่อสะดวกในการเคลื่อนย้าย โดยเลือกเส้นทุกๆเส้นที่ทำไว้ คลิกขวาที่เส้น แล้วเลือกGroup > Group




2. ลากเส้นโดยใช้ Curve หรือ Freeform

1. คลิกเลือกเส้น Curve ที่ Shapes



2. ลากเส้นเป็นเส้นโค้ง โดยคลิกที่จุดเริ่มต้น แล้วลากเส้รเป็นแนวเส้นโค้ง และเมื่อถึงปลายเส้นให้ดับเบิลคลิก เพื่อหยุดการลากเส้น จากนั้นปรับแต่งเส้นตามความต้องการ




(ถ้าอยากได้เส้นเหลี่ยมให้เปลี่ยนจาก Curve มาใช้ Freeformแทนครับ)


ไอเดียตัวอย่าง

ขอปิดท้ายบทความด้วย 3 ไอเดียที่นำเส้นซิกแซกไปใช้ ลองดูเป็นแนวทางคร่าวๆได้ แล้วเจอกันใหม่ในบทความหน้าครับ :D




วันจันทร์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

แนวคิดการทำ Presentation นำเสนอแบบวนเรื่อยๆ สำหรับการออกงาน ออกบูธ (ตอนที่2 - จบ)

สวัสดีครับ :D

บทความนี้เป็นภาคต่อของบทความ 

ทำ Presentation นำเสนอแบบวนเรื่อยๆ สำหรับการออกงาน ออกบูธ (ตอนที่1)

 ซึ่งพูดถึงเรื่องการทำ Slide สำหรับออกบูธหรืองานต่างๆครับ ผมได้ยกตัวอย่างโจทย์สมมติพร้อมตัวอย่าง Slide ที่ทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว บทความนี้จะมาขยายความต่อว่า Slide แต่ละ Slide มีแรงจูงใจอะไร เหตุผลในการออกแบบต่างๆ และปิดท้ายด้วย คำแนะนำเพิ่มเติมครับ :)

Slide1


  • เป็น Slide ต้อนรับผู้เยี่ยมชม แสดงชื่อบริษัทอย่างชัดเจน
  • เป็น Slide ที่บ่งบอกถึงจุดเริ่มต้นของเนื้อหาทั้งหมด
  • ตัวการ์ตูนไหว้ แสดงถึงการต้อนรับ ความเป็นไทย (ตรงนี้อาจเป็นโลโก้บริษัทก็ได้)

Slide2


  • ต่อจาก Slide ต้อนรับ ก็จะเป็น Slideแนะนำบริษัทคร่าวๆ เขียนถึงจุดเด่นหลักๆที่ทำให้ผู้อ่านสนใจสินค้าของเรา (เราขายอะไร อะไรคือจุดแข็งของบริษัท)
  • ลงรูปทั่วๆไปเกี่ยวกับบริษัท เช่น รูปสินค้า รูปโรงงาน สำนักงาน บรรยากาศการทำงานที่มีความสุข ฯลฯ
Slide3-5





  • บรรยายถึงสินค้าหลักๆ
  • ชื่อสินค้าตัวอักษรใหญ่ สีโดดเด่น เห็นได้ชัดเจน
  • ให้ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับสินค้า
  • ข้อดีของสินค้านี้ ทำไมถึงควรซื้อ
  • รูปสินค้า ในกรณีที่เป็นผ้าไหมไทย อาจเป็นรูปนางแบบที่สวมเสื้อผ้าด้วยผ้าไหมชนิดนี้ ซึ่งแสดงถึงความอ่อนช้อยงดงามขณะใส่อยู่
Slide6


  • หลังจากดูสินค้าหลักๆคร่าวๆไปแล้ว ก็เชิญชวนผู้อ่านเข้าไปเยี่ยมชมข้างในบูธ หรือให้ผู้อ่านทำอะไรบางอย่าง อาจประชาสัมพันธ์ กิจกรรมต่างๆ การลดแลกแจกแถมตรงนี้ก็ได้
Slide7


  • แสดงช่องทางการติดต่อ กรณีที่ผู้อ่านสนใจสินค้าภายหลัง
ทุกๆ Slide
  • ข้อความ "เชิญทุกท่านเยี่ยมชม สัมผัสผ้าไหมไทย และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมด้านข้างใน พวกเราทุกคนยินดีให้บริการครับ/ค่ะ" ในทุก Slide เป็นข้อความประชาสัมพันธ์เชิญชวนคนเข้าไปด้านในครับ 
  • ที่ใส่ทุกSlide เพราะเป็นข้อความเชิญชวนให้เข้าชมบูธของเรา ซึ่งเป็นงานหลักของการออกบูธ ไม่ว่าใครมองจอก็จะเห็นข้อความนี้เสมอ

คำแนะนำเพิ่มเติม
  • ระวังเรื่องการสะกดคำบน Presentation รวมทั้ง ระดับภาษา ศัพท์สแลง ศัพท์วัยรุ่นต่างๆ อย่างเช่น จุงบง จุงเบย ถ้าไม่ใช่บูธที่มันวัยรุ่น อย่าเผลอไปใช้มันเชียว
  • ภาพที่ใช้ ควรเป็นภาพที่มีคุณภาพสูงหน่อย ไม่ควรแตกเห็นเป็น pixel
  • เป้าหมายของPresentationนี้คือให้คนที่เดินผ่านไปมาบริเวณบูธได้อ่าน เพราะฉะนั้น ถ้าเป็นไปได้ ควรจะใช้จอภาพขนาดใหญ่หน่อย เช่นจอภาพขนาดประมาณ 19-22 นิ้วเชื่อมกับคอมพิวเตอร์แล้วตั้งไว้ให้สูงๆพอให้คนเดินผ่านไปผ่านมาเห็นก็ได้  แต่อย่าเล็กเกินไปอย่างจอคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คหรือTablet เพราะอุปกรณ์เหล่านี้มันไม่ได้ให้ฉายสำหรับคนเดินผ่านไปมาเห็น แต่น่าจะเป็นอุปกรณ์สำหรับสาธิตโปรแกรมหรือระบบอะไรเป็นรายบุคคลหรือกลุ่มเล็กๆมากกว่า

-----------------------------------------------------------------------------------------------------
บทความนี้อาจยาวนิดนึง แต่หวังว่าทุกๆคนจะได้ไอเดียอะไรไปไม่มากก็น้อยนะครับ :D
ขอบคุณทุกๆคนที่อ่าน เจอกันบทความหน้าครับ ^^

วันอาทิตย์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

แนวคิดการทำ Presentation นำเสนอแบบวนเรื่อยๆ สำหรับการออกงาน ออกบูธ (ตอนที่1)

สวัสดีครับ :D

บทความนี้ผมเขียนขึ้นเพื่อต่อยอดบทความก่อนหน้า (การตั้งค่า PowerPoint ให้เปลี่ยน Slide เรื่อยๆและวนรอบใหม่โดยอัตโนมัติเมื่อจบ Slide สุดท้าย) บางคนอาจสงสัยว่า เนื้อหาตรงนี้มันเอาไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริงอย่างไรได้บ้าง? ผมอยากตอบว่า หลักๆก็คงจะเป็นการทำ Presentation ที่ให้วนไปเรื่อยๆครับ ...ฟังดูอาจเหมือนกวนๆนะ แต่ความจริงมันเป็นแบบนั้นจริงๆครับ เราใช้แสดงข้อมูลอะไรที่มีวน loop เรื่อยๆ เช่น...

  • ขั้นตอนการปฎิบัติงานที่มีลำดับชัดเจนและไม่ซับซ้อนไป (เช่นขั้นตอนการลงทะเบียนอะไรบางอย่าง 3 ขั้นตอน ก็ทำ 3 Slide อะไรแบบนี้ ให้คนได้รับทราบ)
  • ข้อมูลประชาสัมพันธ์ข่าวสารต่างๆ ระหว่างคนนั่งรอคิวรับบริการได้ดูพลางๆ (โปรโมชั่นเด็ด สินค้าลดราคา ฯลฯ) 
  • และที่ผมคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์มากที่สุดก็คือ ใช้ตามบูธขายของที่มีคนเดินผ่านไปผ่านมา ทำเอาไว้เพื่อประชาสัมพันธ์ข้อมูลหลักๆที่อยากให้คนที่เดินผ่านไปมาได้รับรู้ และอาจเหมาะกับคนที่อยากรู้ข้อมูลแต่ไม่กล้าถามพนักงาน (เพราะคุยกับพนักงานเดี๋ยวจะยาวหรือกลัวโดนขายของอารมณ์นั้น)


ที่มาภาพ: http://img.ryt9.net/www/420x900s/files/20110204/iqe90362623844b4655538626fb77789fc.jpg

ข้อดีของการใช้โปรแกรม PowerPoint ทำ Presentation วน สำหรับบูธขายของหรือนำเสนอผลงาน

ข้อดีก็คือ มันง่าย เร็ว และแก้ไขได้ทันทีหากเจอที่ผิด แต่ก็มีข้อสังเกตอยู่ว่ามันไม่สามารถทำผลงานอลังการงานสร้างแบบโปรแกรมตัดต่อวิดีโอระดับมืออาชีพ หรือถ้าจะทำต้องมีประสบการณ์และเวลาพอควรอยู่ ผมว่าขึ้นอยู่กับโอกาสและความเหมาะสมแหละครับ ว่างานไหนคุ้มแก่การใช้ PowerPoint ทำหรืองานไหนควรลงทุนทำคลิปวิดีโอ แต่ถ้าเอาพื้นฐานง่ายๆ ใครๆก็ทำได้ ผมว่าโปรแกรม PowerPoint เนี่ยแหละ ตอบโจทย์เราได้ดีเลยทีเดียว

ลองมาตัวอย่างกัน

ผมลองสมมติบริษัทแห่งหนึ่งขึ้นมาครับ ชื่อบริษัท รักผ้าไหมไทยจังเลย จำกัด เป็นบริษัทผู้ผลิตผ้าไหมไทย จะไปออกบูธขายผ้าไหมที่งานแห่งหนึ่ง และต้องการจะทำ PowerPoint นำเสนอสินค้าแบบวนชุดหนึ่ง

ก่อนที่จะชมผลงาน ผมมีเรื่องสำคัญมากๆอยากจะบอกทุกครับ :)

การออกแบบ PowerPoint เหมือนการออกแบบงานศิลปะชิ้นหนึ่งแหละครับ ไม่มีคำว่าถูกหรือผิด แต่อาจมีแรงบันดาลใจหรือเหตุผลอะไรมาสนับสนุนมากกว่า อาจมีคนอื่นๆไม่เห็นด้วยกับแนวคิดของตนเอง แต่ว่าเราสามารถแลกเปลี่ยนความเห็นซึ่งกันและกันได้ เปิดใจรับความเห็นซึ่งกันและกันครับ :D

เมื่อเข้าใจแล้ว เรามาดูต่อเลยครับ :)




การใช้พื้นหลัง

  • เลือกใช้สีสดใส (สีเขียว) ซึ่งให้ความรู้สึกสดใส และเป็นสีที่คุ้นตาในชีวิตประจำวัน เช่นต้นไม้ใบหญ้า
  • เลือกใช้ลายแบบไทยๆ สื่อถึงความเป็นไทย ผ้าไทย
    • (ถึงตรงนี้ ถ้าถามว่า เราจะใช้สีอื่นได้ไหม คำตอบคือได้ครับ ขึ้นอยู่กับคนออกแบบเลย อาจใช้พื้นหลังเป็นสีดำลายกนกก็ย่อมได้ สื่อถึงความนิ่งเงียบสงบและความเป็นไทยได้ หรือใช้สีโทนเรียบๆไม่มีลายเลยก็ยังได้ครับ ย้ำอีกทีหนึ่งว่าขึ้นอยู่กับแนวคิดคนออกแบบแต่ละคนมากกว่า)

การใช้แบบอักษร

  • แบบอักษรเน้นอ่านง่าย ทางการ (เพราะสินค้าคือผ้าไหมไทย ไม่ควรจะใช้แบบอักษรที่ดูตลกหรือวัยรุ่นไป จะดูไม่น่าเชื่อถือ และนอกจากนั้นแล้ว คนที่เดินผ่านแล้วหันมามองดูจะสามารถกวาดสายตาอ่านได้อย่างรวดเร็วด้วย)
  • ขนาดอักษรใหญ่กำลังพอดี พอให้คนที่เดินผ่านไปมาได้เห็นและพออ่านออกได้

การจัดการเนื้อหา

  • ใช้จำนวน Slide ไม่มากเกินไป เพราะเราจะสื่อแค่เนื้อหาหลักๆเน้นๆ (รายละเอียดปลีกย่อยให้ถามพนักงานเพิ่มเติม) และสำหรับคนที่แวะมาอ่านที่ Presentation จะได้ใช้เวลาไม่นานนัก ไม่รู้สึกเบื่อไปก่อน และไม่ทรมานและกินเวลาผู้อ่านเกินไป 
    • (ตรงนี้ก็แล้วแต่มุมมองคนออกแบบ Presentation อีก บางคนมองกลับกันว่า "เราน่าจะทำSlideเยอะๆ" เพื่อใช้แสดงสินค้าที่หลากหลาย และดึงดูดคนให้ยืนหน้าบูธเพื่ออ่านนานๆเยอะๆ  บูธจะได้คึกคัก มุมหนึ่งสามารถมองว่าเป็นสิ่งที่ดี เพราะแสดงให้เห็นถึงสินค้าที่หลากหลาย อีกมุมหนึ่งสามารถมองว่าเป็นสิ่งที่ไม่ควร เพราะทำ Slide เยอะๆ แล้วหากผู้อ่านที่ตั้งใจยืนอ่านตั้งใจอ่าน จะเป็นการทรมานผู้อ่าน และหากต้องการให้ผู้อ่านชมสินค้าทั้งหมดของเรา แทนที่จะเอาขึ้น Presenation ทั้งหมด เราน่าจะชวนเข้าบูธเราเพื่อชมของจริงแทนมากกว่า)
    • ทั้งนี้ทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ในการทำ และมุมมองของแต่ละคนมากกว่าครับ 
  • นำเสนอเนื้อหาสำคัญเท่าที่ทำเป็นเช่น ชื่อบริษัท ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับบริษัท (เราคงไม่ลงประวัติก่อตั้งทุกอย่าง รายชื่อCEOแต่ละยุค แผนกต่างๆในองค์กร ซึ่งมันลึกเกินไปและคนเยี่ยมชมบูธไม่จำเป็นต้องรู้) สินค้าเด่นๆ (กรณีที่เรามีสินค้ามากๆ เราคงลงสินค้าทุกตัวที่มีไม่ไหว) การติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติม เป็นต้น

-------------------------------------------------------------------------------------------
** เนื่องจากบทความนี้ยาวพอสมควร จึงขออนุญาตตัดบทความที่เหลือเป็นอีกชุดหนึ่ง เข้าไปอ่านต่อที่ 

แนวคิดการทำ Presentation นำเสนอแบบวนเรื่อยๆ สำหรับการออกงาน ออกบูธ (ตอนที่2 - จบ)

 ได้เลยครับ **

วันอาทิตย์ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

การตั้งค่า PowerPoint ให้เปลี่ยน Slide เรื่อยๆและวนรอบใหม่โดยอัตโนมัติเมื่อจบ Slide สุดท้าย

สวัสดีครับ :D

ในบทความนี้จะพูดถึงขั้นตอน "การตั้งค่า PowerPoint ให้เปลี่ยน Slide เรื่อยๆและวนรอบใหม่โดยอัตโนมัติเมื่อจบ Slide สุดท้าย" ครับ ซึ่งเป็นการทำให้โปรแกรมเปลี่ยน Slide อัตโนมัติตามเวลาที่กำหนด (เช่นให้ Slide1 เปลี่ยนไปที่ Slide2 หลังผ่านไป2วินาที) และเมื่อวนถึง Slide สุดท้าย ก็จะวนกลับไปยัง Slide แรกอัตโนมัติครับ

บทความนี้แบ่งออกเป็น 2 ส่วนย่อยๆครับ คือ 1.การตั้งค่าให้โปรแกรมเปลี่ยน Slide อัตโนมัติตามเวลาที่เรากำหนด และ 2.การตั้งค่าให้โปรแกรมวนไปSlideแรกสุด หลังจบ Slide สุดท้ายโดยอัตโนมัติ 

ส่วนที่1 การตั้งค่าให้โปรแกรมเปลี่ยน Slide อัตโนมัติตามเวลาที่เรากำหนด
เมื่อต้องการให้ Slide ที่เรามีอยู่เปลี่ยนไปยัง Slide ถัดไปในเวลาที่กำหนดโดยไม่ต้องเอาคลิกเมาส์เอง เราสามารถทำได้โดย

1. เตรียมSlideก่อน อย่างน้อย 2 Slide ขึ้นไป



2. เลือกSlideที่1 แล้วคลิกที่เมนู Transition ตรง Ribbon Bar ครับ
3. ที่ Ribbon Page มองดูในส่วนของAdvance Slideครับ ทำเครื่องหมายถูกหน้า After: แล้วกำหนดเวลาที่ต้องการให้ Slideนี้เแสดงเลยครับ เช่นถ้าใส่ 00:05:00 ก็หมายความว่า ให้โปรแกรมแสดง Slideที่1นานเป็นระยะเวลา5วินาที ก่อนข้ามไปSlideที่2



4. เปลี่ยนไปSlideอื่นๆแล้วทำซ้ำข้อ2-3ครับ ทำจนครบทุกSlide แล้วกดฉายงานนำเสนอ (ปุ่มF5) ดูครับ ถ้าทำถูกต้อง โปรแกรมจะเปลี่ยน Slideให้โดยอัตโนมัติครับ


แต่อย่างไรก็ตาม หากไม่ต้องการนั่งไล่กดทีละ Slide แล้วปรับค่าแบบนี้ เราก็สามารถเลือกSlideทีเดียวแล้วปรับทีเดียวได้ครับ



หากทำขั้นตอนข้างบนเสร็จเรียบร้อยแล้ว โปรแกรมจะเปลี่ยน Slide ตามที่เราหมด แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงSlideสุดท้ายแล้ว ก็จะปรากฎจอดำๆ ที่เป็นSlideคั่นก่อนจบ ไม่ได้วนไป Slide แรกใหม่อีกครั้ง  ด้วยเหตุนี้เราจึงต้องปรับค่าเพื่อให้โปรแกรมวนไป Slideแรกอีกครั้งหลังจบ Slide สุดท้ายครับ

ส่วนที่2 การตั้งค่าให้โปรแกรมวนไป Slideแรกสุด หลังจบ Slide สุดท้ายโดยอัตโนมัติ 

1. คลิกเมนู Slide Show ตรง Ribbon Bar ครับ แล้วเลือก Set Up Slide Show ครับ


2. ทำเครื่องหมายถูกที่ Loop continuously until 'Esc' ครับ แล้วกดปุ่ม OK เพื่อยินยัน



มาถึงตอนนี้ ลงอกด F5 ดูผลงานเลยครับ Slideจะวนไปเรื่อยๆแล้ว  อ้อ! ถ้าจะออกจากนำเสนอผลงานให้กดปุ่ม ESC บนคีย์บอร์ดนะครับ

ขอให้มีความสุขกับการลองทำนะครับ :D